พันธมิตรธุรกิจ

alliance

ในโลกปัจจุบัน เต็มไปด้วยการแข่งขันทุกระดับ คนเกิดมาจึงต้องแข่งขันกันในทันที หรือที่จริงแล้วแข่งขันมาตั้งแต่ยังเป็นสเปิร์มของพ่อแย่งกันวิ่งเข้าผสมกับไข่ของแม่โน้นแล พอคลอดอุแว้ๆออกมาก็ต้องแข่งขันต่อไป เดียวนี้ เข้าอนุบาลก็ต้องแข่งขันแย่งเก้าอี้เรียนกันแล้ว

การแข่งขันมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย ที่ว่าต่างคนต่างได้หรือ WIN-WIN ที่ฝรั่งเขาว่านั้นเอาเข้าจริงแล้วเป็นจริงหรือไม่เพียงใดก็ไม่อาจรู้แท้ หากต่างคนต่างได้จริง ก็ต้องมีคนได้มากได้น้อยอีกนั่นแล

โลกธุรกิจสมัยใหม่นี้ เห็นโทษของการแข่งขันแล้ว เพราะเอาเข้าจริงต่างคนก็ต่างเสียเหมือนกัน ฝรั่งจึงสร้างแนวคิดที่เรียกกันว่า WIN-WIN นี้ขึ้นมา มีการร่วมมือกันแน่นบ้าง หลวมบ้าง เรียกว่าพันธมิตรทางธุรกิจ คือแทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาฆ่าฟันกันทางการค้าการขาย ก็ร่วมมือกันเอื้อประโยชน์แก่กันเท่าที่จะทำได้ อย่างเช่นสายการบินต่างๆที่รวมกันเป็นพันธมิตร ที่รู้จักกันมากก็เช่น Stars Alliances ที่มีสายการบินแห่งชาติของไทยคือ การบินไทย เป็นสมาชิกอยู่ด้วย

เรื่องพันธมิตรทางธุรกิจนี้ หากเล็งประโยชน์เพื่อเกื้อกูลกันอย่างแท้จริงแล้ว ก็น่าจะมีประโยชน์เป็นอย่างสูงต่อกลุ่มที่ร่วมมือกัน เช่นเดียวกับการรวมกลุ่มของประเทศในภูมิภาคต่างๆ ใกล้ตัวเราที่สุดก็คืออาเซียน ที่ประเทศสมาชิกได้ประโยชน์จากกันและกันไม่น้อย ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ช่วยลดความขัดแย้งแตกต่างในระหว่างประเทศสมาชิกลงได้มาก ทั้งยังพูดเสียงดังในนามกลุ่มของตนในเวทีระหว่างประเทศได้ คือประเทศใหญ่ๆก็พอจะเกรงใจอยู่บ้าง

ในการเป็นพันธมิตรกันนี้ ผู้นำองค์กรธุรกิจในปัจจุบันให้ความสำคัญมากพอสมควร อย่างน้อยก็ไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับบริษัทอื่นๆอย่างเปิดเผย ไม่เป็นมิตรแต่ก็ไม่เป็นศัตรู ต่างคนต่างอยู่ ต่างทำมาหากิน ก็นับเป็นพันธมิตรในทางมุมกลับได้ อย่างเช่นบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศที่มีอยู่ด้วยกันหลายเจ้า แต่ก่อนมักจะจ้องหักหาญระรานด้วยการออกโปรโมชั่นถล่มราคากัน ฝ่ายที่เสียเปรียบก็ร้องโอดโอยโต้ตอบว่าถูกเอาเปรียบ แต่ปัจจุบันต่างคนต่างก็ลดการระรานกันลงมาก ต่างให้บริการผู้ใช้ให้ดีที่สุดตามเงื่อนไขของตน ก็คงลดหนทางที่จะพากันฉิบหายลงได้ ประโยชน์ก็ตกแก่ผู้ใช้เป็นสำคัญ

เรื่องพันธมิตรดังกล่าวนี้ พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้เช่นกัน นั่นคือ กัลยาณมิตร หรือมิตรแท้ซึ่งมีอยู่ 4 ประเภท ซึ่ง พระเทพดิลก(ระแบบ จิตญาโน) ได้อธิบายไว้โดยละเอียดในหนังสือ อธิบายหลักธรรมตามหมวดนวโกวาท โดยสรุปใจความได้ว่า

1 มิตรมีอุปการะ มีเครื่องชี้วัด 4 อย่าง คือ ป้องกันเพื่อน ป้องกันทรัพย์ของเพื่อน เป็นที่พึ่งยามมีภัย เมื่อมีเหตุต้องใช้สอยทรัพย์ก็ช่วยออกให้เกินกว่าที่ร้องขอ ท่านว่า เพื่อนประเภทนี้ ไม่สนใจสิ่งที่จะได้จากเพื่อน แต่จะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตนจะให้เพื่อนเป็นสำคัญ ช่วยเหลือเพื่อนเต็มความสามารถ

2 มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ มีเครื่องชี้วัด 4 อย่างคือ ขยายความลับของตนแก่เพื่อน ปกปิดความลับเพื่อน ไม่ทิ้งเพื่อนยามประสบอันตราย อาจสละชีวิตแทนเพื่อนได้ ท่านว่า เพื่อนแบบนี้ฝากฝีฝากไข้กันได้ เห็นกันเมื่อไข้ ให้กันเมื่อทุกข์

3 มิตรแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีเครื่องชี้วัด 4 อย่างคือ ห้ามปรามมิให้เพื่อนทำความชั่ว แนะนำให้เพื่อนตั้งอยู่ในความดีงาม ให้เพื่อนฟังในสิ่งที่ไม่เคยฟัง บอกทางสวรรค์ทางแห่งความสุขแก่เพื่อน ท่านว่า เพื่อนประเภทนี้ เป็นเหมือนครู พ่อแม่ และพระ คือพัฒนาเพื่อนให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มุ่งในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อน

4 มิตรมีความรักใคร่ มีเครื่องชี้วัด 4 อย่างคือ เพื่อนทุกข์ก็ทุกด้วย เพื่อนสุขก็สุขด้วย โต้เถียงคนที่ติเตียนเพื่อน รับรองคนที่สรรเสริญเพื่อน ท่านว่า เพื่อนประเภทนี้เป็นเพื่อนที่มีความรัก ความจริงใจ พร้อมที่จะร่วมทุกข์สุขกับเพื่อน แต่การโต้เถียงคนที่ติเตียนเพื่อนและรับรองคนที่สรรเสริญเพื่อนนั้น มิใช่โต้เถียงและรับรองไปตะพึดตะพือ เมื่อพิจารณาแล้วว่า สิ่งนั้นเป็นจริงและเป็นประโยชน์จึงทำ

นี่เป็นกัลยาณมิตรของพระพุทธเจ้า มิตรทั้งสี่ประเภทนี้ล้วนแต่เอื้อประโยชน์แก่มิตรเป็นอย่างยิ่ง การนำหลักการกัลยาณมิตรไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ ภายในองค์กรก็ดี ภายนอกองค์กรก็ดี นับว่าจะยังประโยชน์อย่างมหาศาล

หากพิจารณาให้ถ่องแท้ก็จะเห็นว่า การรวมกลุ่มทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเรียกเป็นพันธมิตรก็ตาม เป็น Stars Alliances ก็ตาม ควบกิจการ รวมกิจการ(แบบเป็นมิตร) หรือ Join-Venture ก็ตาม จุดมุ่งหมายก็คือมุ่งประโยชน์ซึ่งกันและกัน ดังที่พระพุทธเจ้าทรงให้แนวคิดไว้นั่นเอง

แต่เมื่อทำไปแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับคุณธรรมของผู้นำและผู้บริหารแต่ละองค์กร ว่าจะเป็นกัลยาณมิตรทางธุรกิจกันกันตลอดรอดฝั่งหรือไม่ จะดำรงความซื่อตรงจริงใจต่อกันไปจนบรรลุเป้าหมายหรือไม่ หากละเมิดกัน เช่น ปกปิดความลับของตน ล้วงเอาความลับของเพื่อน หากอีกฝ่ายรู้เข้าก็คงเปลี่ยนจากพันธมิตรเป็นพันธหมด คือหมดพันธแห่งมิตร หันไปแข่งขันกันฆ่าฟันกันดังเดิม

ขอเสนอพันธมิตรตามแนวคิดแบบพุทธไว้ให้พิจารณาเพียงเท่านี้.

______________________________________

เขียนเมื่อ 9 พฤษภาคม 2549 พิมพ์ใน กรุงเทพธุรกิจ Bizweek

เรื่องในหมวดเดียวกัน

This entry was posted on Monday, August 3rd, 2009 and is filed under เรียนธรรมในธุรกิจ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญแสดงความคิดเห็น

Sponsors

เรื่องตามหมวดหมู่

เรื่องรายเดือน

เรื่องล่าสุด

คนร่วมคุย

เรื่องแนะนำ