สาเหตุแท้จริงของวิกฤตเศรษฐกิจ

วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดซึ่งกำลังดำเนินไปอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดการตั้งคำถามขึ้นมาแล้วว่า ระบบทุนนิยมที่ยึดครองโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หลังการล่มสลายของกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์เมื่อตอนช่วงปลายของศตวรรษที่ผ่านมา กำลังจะถึงทางตัน นำไปสู่การล่มสลายแล้วหรือ ระบบการค้าเสรีอันเป็นเครื่องมือของเศรษฐกิจระบอบทุนนิยมนั้น ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและการฉ้อโกงขึ้น นำมาสู่วิกฤตการณ์ที่ทำลายความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจโลก จนเหล่าบรรดานักเศรษฐศาสตร์ ต่างมีความเห็นไปคนทางสองทาง ราวกับว่าปัญญาในการแก้ไขปัญหาของมนุษยชาติก็ขาดความมั่นคงไปด้วย

จนถึงขณะนี้ ไม่ว่าในประเทศไทยหรือในระดับโลก นักเศรษฐศาสตร์ก็ยังมีความเห็นไปสองทาง ฝ่ายหนึ่งว่าวิกฤตเศรษฐกิจสิ้นสุดลงแล้ว กำลังจะฟื้นคืนอย่างช้าๆ แต่อีกฝ่ายหนึ่งยังเห็นว่า ปัญหาจะยังไม่จบลงง่ายๆ มนุษยชาติยังจะต้องเผชิญกับวิกฤตในครั้งนี้ไปอีกอย่างแน่นอน
การถกเถียงกันเพื่อหาจุดพลิกฟื้นคืนสู่ภาวะปกติเป็นไปอย่างกว้างขวาง แต่การพูดถึงต้นเหตุของปัญหากลับไม่มีใครกระทำอย่างจริงจัง เพียงแต่พูดถึงเรื่องซับไพรม์หรือสินเชื่อด้อยค่าในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดวิกฤติ เหมือนที่เคยพูดถึงสาเหตุวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ว่าเกิดจากความหละหลวมในการบริหารธุรกิจของตลาดเงินตลาดทุนไทย แต่หากพิเคราะห์ให้ลึกซึ้งแล้ว สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นเพียงผลเท่านั้น หาใช่เหตุอันแท้จริงไม่

เหตุอันแท้จริงเกิดจาก “คน” ต่างหาก คนที่มี “ความโลภ” อันไม่สิ้นสุด ความโลภทำให้ต้องแสวงหาทรัพย์สินให้มากที่สุดในระยะเวลาที่เร็ว การที่จะได้มากที่สุดในเวลาที่เร็วที่สุดก็คือ การทำผิดกติกา ซึ่งเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการฉ้อโกงนั่นเอง

วิกฤติซับไพรม์ก็เกิดจาการที่บริษัทสินเชื่อเกิดความโลภ ปล่อยสินเชื่อโดยการละเลยกฎระเบียบเป็นจำนวนมาก แล้วนำสินเชื่อไปขายต่อให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งนำไปขายต่อเป็นทอดๆ บวกกำไรเพิ่มด้วยความโลภ เมื่อเกิดปัญหาคนซื้อบ้านไม่สามารถผ่อนชำระได้จึงทำให้บริษัทที่ซื้อสินเชื่อไปเป็นรายสุดท้ายโดนเข้าเต็มๆ แล้วลุกลามต่อไปเหมือนไฟลามทุ่ง จนกลายเป็นไข้หวัดเศรษฐกิจสายพันธุ์ใหม่ แพร่กระจายเชื้อไปอย่างรวดเร็ว เป็นโรคกันงอมแงมทุกประเทศ
หากไม่มีความโลภ หรือโลภน้อยหน่อย ก็จะไม่ทำให้มีการละเมิดกติกากันถึงขนาดนี้ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ต้มยำกุ้งในประเทศไทยเมื่อปี 2540 หากบรรดานักธุรกิจในตลาดเงินตลาดทุนไม่เล่นแร่แปรธาตุการเงินด้วยความโลภ วิกฤติก็คงเกิดขึ้นไม่รุนแรงจนถึงกับยุบไฟแนนซ์หลายสิบแห่ง ส่งผลกระทบมาจนถึงบัดนี้ โดยยังมีคดีค้างคาที่ศาลอยู่ไม่น้อย

เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางฟื้นฟูให้คืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว นักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายก็พยายามเอาตัวเลขมาวิเคราะห์แล้วสรุปกันไปตามหลักวิชา แต่อย่าลืมหาทางป้องกันอย่าให้ปัญหาเกิดขึ้นรุนแรงอีกในอนาคต

วิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ เมื่อความโลภเป็นสาเหตุก็ต้องลดความโลภลง แล้วทำตามกฎกติกา รักษาความเป็นธรรม วิกฤตก็จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดแล้วก็ดับลงง่าย เกิดขึ้นก็ไม่รุนแรง เพราะกำลังของความโลภมีน้อยนั่นเอง

เรื่องนี้ไม่ใช่จะพูดกันเล่นๆแบบเลื่อนลอย แต่มีการเสนอความคิดสู่สาธารณะอย่างเป็นจริงเป็นจังมานานแล้ว นั่นคือ ธรรมาภิบาลในองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องการลดความโลภแต่มีน้อยนักที่ทำอย่างจริงจัง ในปัจจุบันนี้มีการเสนอความคิดเรื่อง “กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว” (White Ocean Strategy) ซึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งในการลดความโลภ เพื่อบรรเทาปัญหา สร้างความเป็นธรรม และ การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคม

ผู้เสนอแนวคิดนี้อย่างเป็นรูปธรรมคนหนึ่งคือ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย เป็นนักบริหารที่นำหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาปรับใช้ในการบริหารองค์กรจนประสบความสำเร็จ ทั้งยังเผยแพร่แนวคิดการบริหารด้วยธรรมะผ่านหนังสือ การบรรยายและการฝึกอบรมอย่างจริงจังมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ได้อธิบายกลยุทธ์น่านน้ำสีขาวเอาไว้ว่า องค์กรที่ปฏิบัติตามแนวทางนี้ เป็นองค์กรที่ “ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงการคิดแบ่งปันต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อทรัพยากร รวมถึงสิ่งแวดล้อม การมีอยู่ขององค์กร สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไปในทางที่ดีขึ้น” การที่จะทำเช่นนี้ได้ สิ่งสำคัญก็คือ โลภน้อยลง หรือไม่มีความโลภเลย

เมื่อโลภน้อยลง ย่อมสามารถแบ่งปันได้มากขึ้น เมื่อไม่มีความโลภเลยย่อมแบ่งปันได้มากที่สุด การยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริตก็ย่อมจะไม่คดโกงหรือฉ้อฉล
หากไม่อยากเจอกับวิกฤตอีก ก็ต้องทำ.

……

บทความโดย โกศล อนุสิม ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรียนธรรมในธุรกิจ
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ    วันที่ 18 สิงหาคม 2552


เรื่องในหมวดเดียวกัน

This entry was posted on Sunday, November 22nd, 2009 and is filed under เรียนธรรมในธุรกิจ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

เชิญแสดงความคิดเห็น

Sponsors

เรื่องตามหมวดหมู่

เรื่องรายเดือน

เรื่องล่าสุด

คนร่วมคุย

เรื่องแนะนำ