ประกันชีวิตไม่จ่ายค่าสินไหม : ปัญหาและการแก้ไข
ปัญหาเรื่องข้อขัดแย้งระหว่างบริษัทประกันชีวิตกับผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ที่มีอยู่เสมอๆก็คือ การที่บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธที่จะจ่ายสินไหมทดแทนและเงินชดเชยแก่ผู้ถือกรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ ซึ่งปีหนึ่งๆมีข้อพิพาทดังกล่าวอยู่ไม่น้อย ในบทความนี้จะอธิบายถึงปัญหาและทางป้องกัน
การประกันชีวิตนั้นมีทั้งแบบเฉพาะสัญญาประกันชีวิตอย่างเดียว และแบบมีสัญญาสุขภาพ อุบัติเหตุและอีกหลายสัญญาพ่วงท้าย ถ้าเกิดเหตุที่จะทำให้บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือกรรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ตามข้อสัญญาแล้ว ถ้าอยู่ในเงื่อนไขในกรมธรรม์ บริษัททั้งหลายก็ย่อมจะจ่ายให้อย่างแน่นอน เพราะเป็นเงื่อนไขของกฎหมายและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจที่เขาดำเนินการอยู่ ถ้าเบี้ยวลูกค้านอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการตัดทางทำมาหากินของตนอีกด้วย
แต่กฎหมายได้ให้สิทธิ์บริษััทประกันชีวิต ปฏิเสธการจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือกรมธรรม์และผู้รับประโยชน์ได้ ในกรณีต่อไปนี้
1. ผู้เอาประกันปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่อาจทำให้บริษัทปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทน ใบคำขอเอาประกันชีวิตนั้นมีคำถามในเรื่องต่างๆอย่างละเอียด ผู้เอาประกันชีวิตต้องตอบคำถามตามตามความเป็นจริงทุกข้อ การปกปิดข้อเท็จจริงใดๆ อาจจะเป็นเหตุให้บริษัทผู้รับประกันชีวิต ปฏิเสธไม่จ่ายเงินค่าทดแทน ตามสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 865 การปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ เช่น เป็นโรคร้าย เป็นต้นว่า โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ แต่ไม่แจ้ง เมื่อเกิดเหตุร้ายเพราะโรคนี้ หากบริษัททราบว่าปกปิด บริษัทก็ปฏิเสธได้ตามกฎหมาย
การปกปิดข้อเท็จจริงนี้ กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี เมื่อพ้น 5 ปีแล้ว ก็ยกประโยชน์ให้ แต่ส่วนมากแล้ว บริษัทประกันฯจะกำหนดไว้ สองปีบ้าง สามปีบ้าง สี่ปีบ้าง แล้วแต่บริษัทไหนจะใจถึงกว่ากัน เมื่อพ้นกำหนดไปแล้วถือว่าได้รับความคุ้มครอง
2. ฆ่าตัวตาย กำหนดไว้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันทำสัญญาหรือต่ออายุสัญญาครั้งหลังสุด ถ้าผู้เอาประกันฆ่าตัวตายบริษัทจะไม่จ่ายสินไหมให้ จะคืนแค่เบี้ยประกันที่จ่ายไปแล้วเท่านั้น
ถ้าคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อเอาเงินประกันให้ลูกเมีย ก็มีเวลาคิดทบทวนหนึ่งปี แต่ถ้าเกินหนึ่งปีไปแล้วยังฆ่าตัวตาย แสดงว่าตั้งใจตายจริงๆ ใจถึงมาก อุตส่าห์ให้เวลากลับใจตั้งหนึ่งปียังมีปณิธานหนักแน่น แบบนี้ก็เอาไปได้เลย
3. ผู้รับประโยชน์ฆ่าตาย เช่น นางรัก ภักดี ทำประกันชีวิตโดยมีนายสัก ภักดี ซึ่งเป็นสามีเป็นผู้รับประโยชน์ เกิดวันดีคืนดีนายสักเลิกภักดีภรรยาแล้ว จึงวางแผนฆ่าเพื่อหวังเอาเงินประกันมาใช้ให้หนำใจ แต่ตำรวจไทยจมูกไวยิ่งกว่า หม..เอ๊ย…มด จับนายสักเข้าคุก แบบนี้บริษัทก็ไม่ต้องจ่ายเงินสินไหมให้นายสัก กรณีถ้ามีคนอื่นเป็นผู้รับผลประโยชน์ร่วม เช่น มีนายสัก ซึ่งเป็นสามี และมี นางสาวสวย ลูกสาว เป็นผู้รับประโยชน์คนละครึ่ง ถ้านางสาวสวยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของนายสัก บริษัทก็ต้องจ่ายสินไหมให้นางสาวสวยในครึ่งของเธอ
กรณีเช่นนี้ มีนะครับ ไม่ใช่ไม่มี ดังที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยๆ สามีฆ่าภรรยาบ้าง ภรรยาฆ่าสามีบ้าง คู่หมั้นปลิดชีวิตคู่หมั้นบ้าง บางกรณี ถึงขนาดแม่ฆ่าลูกก็มี โอย! คนหนอคน
4. กรมธรรม์สิ้นผลบังคับ เพราะไม่ได้ชำระเบี้ย อันนี้แน่นอนครับ เพราะถ้าไม่ได้ชำระเบี้ยและกรมธรรม์ไม่มีมูลค่าเงินสดพอที่จะกู้ชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติ หรือ ขยายเวลาอัตโนมัติ ก็ต้องสิ้นผลบังคับ ถ้าหากเกิดเจ็บป่วยหรือตาย หลังจากที่กรมธรรม์สิ้นผลบังคับแล้ว ก็ป่วยหรือตายฟรี
เพื่อไม่ให้เกิดกรณีข้อนี้ขึ้น ก็ต้องชำระเบี้ยทุกครั้งที่มีใบเตือนหรือตัวแทนมาเก็บเบี้ย ถ้าไม่มีจริงๆก็ใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์นั่นแหละครับ ในกรณีที่ทำประกันมาหลายปีแล้ว จะมีเงินก้อนหนึ่งในกรมธรรม์ เรียกว่ามูลค่าเงินสด ถ้ามีพอสามารถกู้ชำระเบี้ยประกันได้ ซึ่งเรื่องนี้จะได้กล่าวในตอนต่อๆไป ถ้าอยากทราบโดยไวก็ถามตัวแทนที่ดูแลท่านอยู่นั่นแหละจะได้การที่สุด เพราะตัวแทนเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้าไม่รู้เขาก็จะไปถามหัวหน้าเขามาบอกท่านเอง
นี่คือเงื่อนไขชัดแจ้งจำนวน 4 ประการที่บริษัทประกันชีวิตสามารถปฏิเสธการจ่ายเงินสินไหมทดแทนได้ ทั้งกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือเจ็บไข้ได้ป่วย โดยเฉพาะข้อที่ 1. นั้นสำคัญมาก เพราะตัวท่านเองจะรู้ดีที่สุด วิธีป้องกันปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ ต้องแจ้งข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้ได้รับประโยชน์เต็มที่
เมื่อรู้แล้ว ถ้าซื้อประกันชีวิตครั้งต่อไปก็ทำให้ถูกต้องนะครับ.



[...] [...]
[...] [...]
ขอเป็นแฟนพันธ์แท้ Blog นี้ นะครับ ผมอีกคนที่เป็นคนอยากเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการทำประกันชีวิตให้คนทั่ว ๆ ไป แต่ผมก็ต้องทำงานขายด้วย เพราะฉะนั้น หน้าตา Blog ผม จะออกแนว ขาย+ความรู้ ครับ ดังนั้น ขออนุญาตเข้ามาตักตวงความรู้ไปเผยแพร่ต่อนะครับ
สวัสดีครับคุณโต้ง ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยือนและใช้ประโยชน์จากข้อเขียนผมครับ
ถ้าคุณโต้งจะเอาบทความไปเผยแพร่ต่อในบล็อกก็เชิญนะครับ ขอแค่ช่วยแปะชื่อผู้เขียนไว้ในบทความและลิงก์กลับมาที่บล็อกนี้ให้ด้วย แค่นั้นแหละครับ
คุณโต้งอยู่กรุงไทยแอ็กซ่าใช่ไหม คล้ายๆว่าคุณบรรณยงก์ นราสวัสดิ์ เป็นผู้บริหารอยู่ที่นี่ใช่ไหมครับ “เฮียบรรณยงก์” เคยเป็นเจ้านายใหญ่ของผม สมัยที่ผมยังเป็นตัวแทนฯ
ขอบคุณครับ พี่โกศล (ขออนุญาตเรียกพี่นะครับ) ผมจะแปะชื่อแล้วก็ลิงก์กลับมาให้นะครับ ถ้าอันไหนผิดพลาดขอพี่โกศลแนะนำด้วยนะครับ เพราะผมมือใหม่หัดทำ Blog ครับ
ใช่ครับ ผมอยู่กรุงไทยแอกซ่า ครับ อยู่กับเฮียบรรณยงก์ ครับ
แล้วจะแวะมาเยี่ยมบ่อย ๆ ครับพี่่
ปล.พี่โกศล ครับ Thai Share This ใช้ Plug in อันไหนครับ หาไม่เจอครับ
ครับคุณโต้ง ตามสะดวกเลยครับ ขอบคุณครับ
ฝากสวัสดีเฮียบรรณยงก์ด้วยครับ ที่จริงผมยังติดค้างงานเฮียเขาอยู่ คือผมจะเขียนประวัติให้เฮียเขา ตั้งแต่สมัยอยู่ AACP แต่ผมทำค้างอยู่ ถ้าเจอกันสงสัยเฮียคงเขกหัวเหม่งผมแน่ๆ
สำหรับ Thai Share This ดาวน์โหลดที่นี่ครับ
http://www.vegetweb.com/thai-share-this-2009-plugin-for-wordpress-for-thai-social./
แต่ปลั๊กอินนี้ใช้กับ Wordpress นะครับ บล็อกคุณโต้งผมไม่แน่ใจว่าเป็น Wordpress หรือเปล่า
Thai Share This ใช้ได้เรียบร้อยแล้วครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ถ้าเจอเฮียบรรณยงก์ผมจะบอกให้ครับ ผมว่าคนที่จะโดนเขกหัว ไม่ใช่พี่โกศลหรอกครับ ผมเองนี่แหละที่จะโดนเขกหัว โทษฐานที่(ยัง)ไม่ยอมชวนพี่โกศลมาทำงานกะแกอีก…
สัญญาประกันที่ผู้เอาประกันมีส่วนให้ตนต้องตายจะได้รับเงินประกันมั้ยอะ ถ้าได้จะได้สักเท่าไหร่ สมมติประกันไว้1ล้านบาท
กฎหมายกำหนดไว้ว่า ถ้าผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายในหนึ่งปี บริษัทไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย แต่ถ้าฆ่าตัวตายหลังหนึ่งปีไปแล้ว ก็จ่ายตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
ผู้ถาม ถามว่า “…สัญญาประกันที่ผู้เอาประกันมีส่วนให้ตนต้องตาย…” ความหมายความว่าอย่างไรครับ ถ้ามีส่วนทำให้ตนต้องตาย เช่น ขับรถชนกันตาย ก็เป็การตายอด้วยอุบัติเหตุ บริษัทก็จ่ายเงินชดเชยอยู่แล้ว เว้นแต่กินเหล้าเมาแล้วขับ ถ้าพิสูจน์ได้ บริษัทเขาก็อาจจะปฏิเสธการจ่ายเงินค่าชดเชยได้ ดูเป็นกรณีๆ ไป
หนูเป็นคนพิการคะ ได้ซื้อประกันไว้กับคนที่มาเดินขาย เป็นลักษณะเงินออม คนที่มาขายได้กรอกข้อมูลให้ แล้วเขากรอกเท็จ หนูได้แย้งเขาไปเขาบอกว่าไม่เป็นไร หนูก็เชื่อ
เมื่อไม่นานมานี้หนูได้ทำประกันชีวิตกับอีกบริษัทหนึ่งทางบริษัทประกันที่หนูจะทำเขาให้หนูไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลแล้วเขาบอกให้หนูเพิ่มเบี้ยเพราะหนูพิการ หรือถ้าหากไม่เพิ่มเบี้ยก็จะได้ลดจำนวนเงินที่ได้จากการประกัน แล้วถ้าหากเป็นแบบนี้ บริษัทเก่าที่หนูทำประกันอยู่หนูควรทำอย่างไรคะ หนูส่งเบี้ยไปแล้ว2งวดคะ มีคนแนะนำว่าให้หนูยกเลิกแล้วหนูจะได้เงินคืนทุกบาทที่หนูส่งไปเพราะไม่ใช่ความผิดของหนู คนที่มาขายไห้เขาก็เห็นว่าหนูเป็นแบบนี้คือพิการจริงหรือเปล่าคะ อยากขอคำแนะนำหน่อยคะ ขอบพระคุณมากนะคะ
หนูนั่งรออยู่นะคะ
แล้วมีขั้นตอนอย่างไรบ้างคะรบกวนตอบหน่อยนะคะขอขอบพระคุณอีกครั้งนะคะ
คุณน้ำครับ ขอโทษที่ตอบช้า เพราะผมไม่ได้เข้ามาดูตลอดเวลาครับ
เรื่องกรมธรรม์ฉบับแรกนั้น เมื่อทำไปแล้ว บริษัทอนุมัติแล้ว ก็แสดงว่ากรมธรรม์คุ้มครองแล้ว ถ้าเรายกเลิกก็ไม่ได้เงินคืนครับ แต่ถ้าส่งต่อก็เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธความคุ้มครองภายหลัง หากบริษััทรู้ว่าเป็นเท็จ
ส่วนกรมธรรม์ที่จะทำใหม่ ถ้าบริษััทให้เพิ่มเบี้ย ถ้าเราตกลงทำบริษัทก็คุ้มครองเต็ม เพราะกระทำอย่างถูกต้อง
ยกเลิกกรมธรรม์เก่า มาทำใหม่ให้ถูกต้องน่าจะดีกว่า
ถ้ามีอะไรไม่ชัดเจนก็ถามใหม่ได้ครับ
คืนนี้ผมจะเข้ามาดูอีกทีตอนดึก ๆ หน่อย
คุณน้ำครับ มีทางหาคำแนะนำเพิ่มเติมคือ สอบถามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ลิงก์ด้านล่างนะครับ
http://www.oic.or.th/th/webboard/faq.php
ขอบพระคุณมากเลยคะ แล้วถ้าหากว่ามีปัญหาอะไรอีกหนู๋จะมาขอคำแนะนำอีกนะคะ คุณเป็นคนดีมากมากเลยคะ
ขอบคุณและยินดีครับคุณน้ำ ขอให้โชคดีครับ