กรมธรรม์ประกันชีวิตคือการลงทุนที่เสี่ยงน้อยได้ผลตอบแทนแน่นอน
กรมธรรม์ประกันชีวิตคือการลงทุนชนิดหนึ่ง เป็นการลงทุนที่ง่ายที่สุดและรับประกันผลประโยชน์ตอบแทนล่วงหน้า และมีความเสี่ยงน้อยหรือแทบจะไม่มีความเสี่ยงเลย
กรมธรรม์ประกันชีวิตในที่นี้ นับเฉพาะกรมธรรม์ประกันชีวิตหลักเท่านั้น ไม่นับรวมอนุสัญญาอื่นๆ เช่น สัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาล สัญญาเพิ่มเติมรักษาโรคร้ายแรงต่างๆ ที่มีระยะเวลาสิ้นสุดลงปีต่อปี ไม่มีการสะสมเหมือนกรมธรรม์หลัก
กรมธรรม์ประกันชีวิต เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับการออกแบบมาอย่างสมบูรณ์ที่สุด เป็นการลงทุนที่นักลงทุนร่วมกันแบกรับความเสี่ยง นั่นคือ ผู้ถือกรมธรรม์ทั้งหมดจะเฉลี่ยความเสี่ยงร่วมกัน โดยมีบริษัทประกันชีวิตเป็นตัวกลางในการจัดการบริหารความเสี่ยง
อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นก็คือ หากเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขึ้นกับผู้ถือกรมธรรม์คนหนึ่งคนใด ทุกคนที่ถือกรมธรรม์ก็จะแบกรับความเสี่ยงร่วมกัน สมมติว่า บริษัทต้องจ่ายผลประโยชน์แก่ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์เป็นเงิน 1 ล้านบาท ก็จะนำเงินจากผู้ถือกรมธรรม์อื่นๆคนละนิดคนละหน่อยมารวมกันเป็นเงิน 1 ล้านบาท แล้วจ่ายให้แก่ผู้รับประโยชน์
นั่นคือการแบกรับความเสี่ยงร่วมกัน เมื่อมีคนนับแสนนับล้านคน หรือพูดให้ถูกคือมีกรมธรรม์ประกันชีวิตนับแสนนับล้านกรมธรรม์ช่วยกันเฉลี่ยความเสี่ยง ดังนั้น ความเสี่ยงจึงมีน้อยมาก
ด้านผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับก็เป็นผลตอบแทนที่แน่นอน ระบุไว้ตั้งแต่ต้นและเป็นข้อผูกพันที่บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เมื่อสิ้นสุดสัญญา หรือตามระยะเวลาระหว่างสัญญา แล้วแต่กรณี
คนอาจสงสัยว่า บริษัทจะนำเงินมาจากที่ใดมาจ่ายให้ จะเป็นการเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินหรือไม่ คือเอาเงินของคนหนึ่งมาจ่ายให้คนหนึ่งเหมือนแชร์ลูกโซ่
คำตอบก็คือ เงินที่นำมาจ่ายคืนเมื่อสัญญาสิ้นสุดลงก็ดี หรือระหว่างสัญญาก็ดี เป็นเงินที่ได้จากการลงทุน โดยนำเบี้ยประกันชีวิตที่ผู้เอาประกันชำระทุกๆปีไปลงทุนในกิจการต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด และการที่สัญญากรมธรรม์ประกันชีวิตเป็นสัญญาระยะยาว จึงทำให้บริษัทสามารถวางแผนนำเงินจากเบี้ยประกันชีวิตไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่แน่นอนได้ จึงมีผลตอบแทนแก่ผู้ลงทุนหรือผู้ถือกรมธรรม์ตามที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์
คำถามต่อมาก็คือ การลงทุนของบริษัทประกันชีวิตมีความเสี่ยงหรือไม่ คอตอบก็คือ มีความเสี่ยงน้อยมาก เพราะกฎหมายกำหนดประเภทกิจการที่อนุญาตให้ลงทุนไว้ ซึ่งเป็นกิจการที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น พันธบัตรรัฐบาล ฝากไว้กับธนาคารและสถาบันการเงิน เป็นต้น รวมทั้งกำหนดให้บริษัทประกันชีวิตต้องมีเงินสำรองในกองทุนประกันชีวิตตามอัตราที่กำหนด เพื่อรับประกันว่า หากเกิดปัญหาขึ้นกับบริษัท ผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับผลประโยชน์คืนอย่างแน่นอน
ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า การลงทุนในกรมธรรม์ประกันชีวิตจึงเป็นการลงทุนที่ง่ายที่สุด มีความเสี่ยงน้อย และได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน
ผู้ลงทุนจึงสามารถใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตวางแผนการเงินได้ เช่น บุคคลเมื่อเริ่มทำงานปีกแรก วางแผนจะใช้เงินจำนวนหนึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็สามารถลงทุนกับกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยเลือกกรมธรรม์ระยะเวลา 10 ปี ด้วยทุนประกันเท่ากับจำนวนที่ต้องการหรือใกล้เคียง ทั้งนี้ต้องอยู่ในวิสัยที่จะแบกรับภาระชำระเบี้ยประกันได้
ประเทศที่เจริญแล้วทั้งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มีอัตราการทำประกันชีวิตเฉลี่ย 70-80 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร ประเทศญี่ปุ่นนั้นอัตราเฉลี่ยสูงเกินกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า คนญี่ปุ่นมีกรมธรรม์เฉลี่ยมากว่าคนละ 1 ฉบับ มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง เพราะมีเงินสำรองและหมุนเวียนในระบบมากขึ้นจากเบี้ยประกันที่ประชาชนจ่ายในแต่ละปี
ปัจจุบันกรมธรรม์ประกันชีวิตมีให้เลือกหลากหลายประเภท ทั้งแบบกรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างเดียว และกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบผูกติดกับการลงทุนผ่านกองทุนต่างๆ ผู้สนใจลงทุนต้องศึกษาหาความรู้จากบริษัทประกันชีวิต หรือจากตัวแทนประกันชีวิต
ลองเปิดใจกว้างๆ ศึกษาข้อมูลให้ลึก อย่าติดในภาพลบของตัวแทนประกันชีวิต จงศึกษาในฐานะที่เป็นช่องทางการลงทุนอย่างหนึ่ง แล้วจะเข้าใจว่า กรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นคือการลงทุนที่ดีอีกช่องทางหนึ่งก็เป็นได้.
______________________________
บทความโดย โกศล อนุสิม เผยแพร่ครั้งแรกที่ Kosolanusimbiztalk.com



[...] [...]
สวัสดีครับพี่โกศล
ขออนุญาตสอบถามความรู้เกี่ยวกับผลตอบแทนของการออมเงินกัีบประกันชีวิต ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ขอเอาประกันมักจะคิดเป็นเปอร์เซนต์ของจำนวนเงินออม ว่าได้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซนต์
หลายค่าย หลายสำนัก ก็คำนวณออกมาเป็นผลตอบแทนเมื่อเทียบกับเงินฝากธนาคารเท่านั้นเท่านี้
ส่วนของผมเวลานำเสนอให้กับผู้มุ่่งหวังผมไม่เคยนำเสนอเลยว่าได้ผลตอบแทนกี่เปอร์เซนต์ ผมนำเสนอผลตอบแทนที่เป็นตัวเลขสรุปจากแบบประกันแต่ละแบบ ว่าสรุปแล้วได้ส่วนต่างเท่าใด
รบกวนแนวทางและวิธีคิดผลตอบแทนที่เป็นอัตราเปอร์เซนต์จากพี่ด้วยครับ
ขอบพระคุณครับ
โต้ง..
คุณโต้งครับ ขอโทษที่ตอบช้า
เรื่องการคิดอัตราผลตอบแทนนั้น ผมไม่มีความรู้ครับ บริษัทว่ามาอย่างไรก็ว่าไปตามนั้นแล ในความคิดของผม คิดว่าน่าจะเน้นผลตอบแทนอื่นของกรมธรรม์ให้เห็นมากกว่า เช่น ความคุ้มครอง ความมั่นคง ความแน่นอน ความเสี่ยงน้อย ซึ่งชดเชยกันได้กับผลตอบแทนตัวเงินเป็นเปอร์เซ็นต์
แม้ตอนนี้จะมีกรมธรรม์แบบยูนิตลิงก์ คือควบการลงทุน แต่ผมคิดว่ามันไม่ใช่จุดมุ่งหมายที่แท้้จริงของการประกันชีวิต ไม่ยั่งยืนและมั่นคง หากต้องการผลตอบแทนแบบนั้นก็ซื้อหน่วยลงทุน หรือกองทุนโดยตรงดีกว่า
อย่าลืมว่า การประกันชีวิตคือการคุ้มครองความเสี่ยง แต่นวัตกรรมปัจจุบันออกไปทางการเพิ่มความเสี่ยง เอาไปผูกกับตลาดเงินตลาดทุนเพื่อค้ากำไร มันอาจจะกลายเป็นซับไพรม์หรือดูไบเวิร์ลด์ของการประกันชีวิต ฉะนั้น เน้นพื้นฐานดีกว่าเหมือนการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ถือเป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่เก็งกำไรแบบแทงหวย
ขออภัยที่ตอบไม่ตรงคำถาม ฮาๆ
ขอบคุณมากสำหรับมุมมองครับพี่ ขอบคุณที่ตบให้เข้ากรอบ บางครั้งบางหนการนำเสนอของผมก็หลงแนวทางของตัวไปเหมือนกัน อาจจะกระแสพาไปน่ะครับ
จะนำแนวทางของพี่ไปผสมผสานครับ
ปล.พี่โกศลครับ หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ขอเชิญไปเป็นกูรูออนไลน์ ที่เวบบอร์ดหน่อยนะครับ
คิดว่าให้ความรู้เป็นวิทยาทานกับตัวแทนครับ ที่ http://webboard.einsurance.in.th ครับ เพิ่งทำเสร็จเมื่อวานนี้ครับ เรียนเชิญเป็นเกียรตินะครับ
ยินดีครับ
สมัครสมาชิกแล้วครับ
จะเล่าเท่าที่รู้เพื่อแบ่งปันกันครับ