“บกพร่องโดยสุจริต” มีได้จริงหรือ?

donowrong

ประชาชนไทยได้ยินคำพูดที่ว่า “บกพร่องโดยสุริต” จากปากของคนสองสองคนซึ่งล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรภาครัฐ จะเป็นใครบ้างนั้นคงทราบกันดีอยู่แล้ว จะไม่ขอกล่าวถึงชื่อของบุคคลในที่นี้ เพราะไม่ได้ต้องการจะพิพากษาบุคคลใด หากแต่ต้องการอภิปรายถึงเนื้อหาของคำพูดที่ว่า “บกพร่องโดยสุจริต” ว่าแท้จริงแล้วมีขึ้นได้จริงหรือไม่ อย่างไร

“บกพร่องโดยสุจริต” เป็นวลีประกอบด้วยคำสำคัญสองคำคือ “บกพร่อง” กับ “สุจริต” เชื่อมด้วยคำว่า “โดย” ซึ่งเป็นคำสันธานหรือคำเชื่อม กลายเป็นกลุ่มคำหรือวลี “บกพร่องโดยสุจริต” ซึ่งมีความหมายเป็นที่เข้าใจว่า เป็นการกระทำผิดพลาดโดยไม่มีเจตนา, การกระทำที่ไม่สมบูรณ์ถูกต้องโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือ เป็นการทำผิดโดยไม่เจตนา ซึ่งผู้พูดต้องการที่จะยกขึ้นมาปกป้องตนเองให้พ้นจากความผิดที่ได้ก่อขึ้น หรืออย่างน้อยก็เป็นเหตุให้บรรเทาโทษลงบ้าง อันเป็นการกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง

ในทางโลกนั้น กฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ก็มีข้อยกเว้นไม่เอาผิด หรือบรรเทาโทษได้ หากพิสูจน์ได้ว่า การกระทำที่ผิดกฎหมายหรือระเบียบนั้น ทำไปโดยไม่ตั้งใจจริงๆ หรือทำไปด้วยความจำเป็น เช่น การทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือถึงชีวิต หากเป็นการกระทำโดยประมาท ไม่มีเจตนา หรือโดยจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตตนเอง หากพิสูจน์ให้ศาลเห็นได้ชัดเจนก็ได้รับลดหย่อนโทษ หรือละเว้นไม่เอาโทษ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติโดยทั่วไป

ในทางธรรมก็เช่นกัน พระพุทธศาสนามีศีลเป็นข้อกำหนดให้ทั้งพระเณรและฆราวาสปฏิบัติตาม พระมีศีล 227 ข้อ เณรมีศีล 10 ข้อ ฆราวาสผู้ครองเรือนมีศีล 5 ข้อ หรือที่เรียกกันว่าศีล 5 การที่จะขาดจากศีลข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อ ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ประการ เช่น ศีลข้อที่หนึ่ง การทำปาณาติบาต คือการพรากชีวิตสัตว์มีองค์ประกอบ 5 อย่างคือ 1)สัตว์นั้นมีชีวิต 2)รู้ว่าสัตว์มีชีวิต 3)มีจิตคิดจะฆ่าคือมีเจตนาจะฆ่าสัตว์นั้น 4)พยายามฆ่าสัตว์นั้น 5)สัตว์นั้นตายด้วยความพยายามนั้น หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งก็ไม่มีความผิด แม้สัตว์นั้นจะตายแต่ไม่มีเจตนา ไม่ได้ประสงค์จะเอาชีวิต แต่เพราะเป็นไปโดยอุบัติเหตุ โดยไม่รู้จึงไม่มีความผิด ไม่ขาดจากศีล

ในเรื่อง “บกพร่องโดยสุจริต” ก็เช่นกัน หากทำความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ไม่มีเจตนาที่จะล่วงละเมิดกฎหมาย ก็ย่อมจะมีสิทธิ์ที่จะได้ลดหย่อนหรือละเว้นโทษตามดุลพินิจของศาลสถิต ยุติธรรม นั่นย่อมหมายความว่า ได้กระทำไปโดยสุจริต คือไม่คิดจะละเมิดกฎหมายจริงๆ ไม่ใช่อาศัยช่องแหว่งรอยโหว่ที่ตนมองเห็นเพื่อรักษาหรือกอบโกยผลประโยชน์ เข้าตนแล้วกล่าวอ้างว่าไม่มีเจตนา ซึ่งหากเป็นแบบนี้ย่อมไม่ใช่ “บกพร่องโดยสุจริต” อย่างแน่นอน

สิ่งที่จะต้องถามต่อมาก็คือ การกระทำที่ “บกพร่องโดยสุจริต” นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้หรือไม่ คำตอบก็ก็คือ ย่อมเกิดขึ้นได้ หากผู้กระทำนั้นไม่รู้ข้อกำหนดของกฎหมายจริงๆ อย่างเช่น ประชาชนธรรมดา ตาสีตาสา ชาวนาชาวไร่ ย่อมมีโอกาสที่จะกระทำผิดกฎหมายเพราะความไม่รู้มากว่าข้าราชการ นักธุรกิจ ผู้บริหารทั้งรัฐและเอกชน รวมถึงผู้นำองค์กรใหญ่ๆ รวมไปถึงรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี

หากผู้กระทำความผิดนั้น เป็นผู้นำองค์กรใหญ่ เป็นนายกรัฐมนตรี กระทำการที่เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย หรืออาศัยช่องโหว่ของกฎหมายทำการเพื่อผลประโยชน์ของตนเองแบบไม่เป็นธรรมแก่ คนอื่น หรือเข้าข่ายฉ้อฉล ย่อมไม่อาจเชื่อได้ว่าจะเป็นการกระทำที่ “บกพร่องโดยสุจริต”ได้

ยิ่งในกรณีที่การกระทำนั้น ผู้กระทำเป็นผู้นำองค์กรกระทำละเมิดกฎเกณฑ์ที่ตนเป็นผู้ลงนามประกาศใช้เอง ยิ่งไม่อาจเชื่อได้ว่า เป็นการกระทำบกพร่อง ผิดพลาด โดยไม่มีเจตนา หรือไม่ได้ตั้งใจ หากแต่เป็นการยกขึ้นมากล่าวอ้างเพื่อปกป้องตนเองจากความผิดที่ได้กระทำขึ้น แล้ว

ในทางโลกนั้น การกระทำต่างๆที่เป็นความผิดนั้น แม้ว่าทำผิดจริงแต่ก็อาจต่อสู้แก้ต่างให้ตนพ้นผิดได้ ด้วยกระบวนการทางกฎหมาย เมื่อพ้นผิดไปแล้วก็ไม่ต้องรับผิดชอบอีก เหลือไว้แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นที่เกิดแก่ผู้อื่น แก่องค์กร และแก่สังคม ดังที่ปรากฏมามากมายหลายกรณี

แต่ในทางธรรมนั้น หากไม่สามารถที่จะต่อสู้แก้ต่างให้ตัวเองได้ เมื่อทำผิดแล้วแม้จะพ้นผิดทางโลกแต่ในทางธรรมนั้นไม่มีทางจะหลีกพ้นความผิด ไปได้ การทำผิดโดยกอบโกยผลประโยชน์เข้าตนเองแบบผิดกำหมายหรือเลี่ยงกฎหมาย แล้วกล่าวอ้างว่ากระทำบกพร่องโดยสุจริต จากนั้นก็ต่อสู้ให้ตัวเองพ้นผิดทางโลกได้ แต่ในทางธรรมนั้นย่อมผิดอยู่วันยังค่ำ อย่างน้อยผิดศีลข้อปาณาติบาตฯ คือการเบียดเบียนผู้อื่น ศีลข้ออทินนาทานฯ ฉ้อโกงทรัพย์ผู้อื่น ศีลข้อมุสาวาทาฯ โกหกผู้อื่น ซึ่งย่อมจะติดตัวติดใจไปจนวันตาย หลายๆคนกลายเป็นคนตายทั้งเป็น มีชีวิตอยู่อย่างเป็นทุกข์ หลังจากตายแล้วความผิดนี้ก็ยังจะต้องติดตามไปไม่สิ้นสุดอีกด้วย

ฉะนั้น คำถามที่ว่า “บกพร่องโดยสุจริต” มีได้จริงหรือ คำตอบก็คือมีได้ หากมีองค์ประกอบสำคัญคือ “ไม่มีเจตนา” ส่วนเรื่องได้ยินคนยกมากล่าวอ้างนั้น ท่านทั้งหลายใช้ปัญญาพิจารณาเถิดว่า “บกพร่องโดยสุจริต” จริงแท้หรือแค่ของเทียม.

________________________________

โกศล อนุสิม เขียนเมื่อ 11 มิถุนายน 2552 ตีพิมพ์ในคอลัมน์ เรียนธรรมในธุรกิจ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

เรื่องในหมวดเดียวกัน

This entry was posted on Wednesday, August 19th, 2009 and is filed under เรียนธรรมในธุรกิจ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

2 Responses to ““บกพร่องโดยสุจริต” มีได้จริงหรือ?”

  1. เส้นหมี่กรอบ คุยในเรื่อง August 20th, 2009 at 10:38 am

    พวกใหญ่ๆนั่นแหละตัวดี ทำผิดแล้วรอดตัว พวกเล็กๆแค่บกพ่องก็ถูกเอาตาย อีก 10ปีประเทศไทยจะตามหลังลาวเขมร

  2. โกศล อนุสิม คุยในเรื่อง August 22nd, 2009 at 3:10 pm

    คุณเส้นหมี่กรอบครับ ขอบคุณครับ อีก 10 ผมอยากให้คุณคาดผิดนะครับ

เชิญแสดงความคิดเห็น

Sponsors

เรื่องตามหมวดหมู่

เรื่องรายเดือน

เรื่องล่าสุด

คนร่วมคุย

เรื่องแนะนำ